รวมสถานที่เที่ยวยอดนิยม เก็บของเตรียมไปชิลใกล้กรุงเทพ ฯกับ ที่เที่ยวอยุธยา

เมื่อพูดถึงเมืองเก่า ก็คงจะต้องนึกถึง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา หรือเรียกสั้นๆว่า อยุธยา ซึ่งเป็นเมืองเก่าแก่ของประเทศไทย ที่ๆมี วัด ตลาดน้ำ เมืองโบราณมากมาย มีสถานที่ท่องเที่ยวซึ่งเราสามารถเที่ยวได้ภายใน 1 วัน แถมใกล้กรุงเทพอีกด้วย จะมีที่ไหนน่าสนใจบ้างไปดูกันเลย

วัดพนัญเชิงวรวิหาร (Wat Phananchoeng)

วัดพนัญเชิงวรวิหาร เป็นวัดที่พระเจ้าสายน้ำผึ้งสร้างขึ้นในปีพ.ศ 1867 ตรงที่พระราชทานเพลิงศพพระนางสร้อยดอกหมาก หลวงพ่อโตเป็นพระพุทธรูปปูนปั้นปามารวิชัยที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทยหน้าตักกว้าง 20.17 เมตร สูง 19 เมตร พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ ให้บูรณะใหม่ทั้งองค์ พร้อมถวายพระนามว่า “พระพุทธไตรรัตนายก” หลวงพ่อโตประดิษฐานในวิหารทรงสี่เหลี่ยมจตุรัสภายในมีเสากลมขนาดใหญ่ ที่หัวเสาปั้นปูนเป็นกลีบบัว เรียกว่า บัวกลุ่ม

ที่อยู่ : ริมแม่น้ำป่าสักทางด้านทิศใต้ ฝั่งตรงข้ามของเกาะเมือง อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา

วัดใหญ่ชัยมงคล

วัดใหญ่ชัยมงคล สันนิษฐานว่าเมื่อ พ.ศ. 1900 พระเจ้าอู่ทองทรงสร้าง วัดป่าแก้ว ขึ้นตรงที่พระราชทานเพลิงศพ เจ้าแก้วเจ้าไท ในการสร้างวัดป่าแก้วได้ทรงสร้างพระเจดีย์ขึ้นคู่กับพระวิหาร ต่อมา พ.ศ. 2135 สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงเสริมพระเจดีย์ให้ใหญ่และสูงขึ้นพร้อมๆกับการ สร้างเจดีย์ยุทธหัตถีที่ตำบลหนองสาหร่ายจังหวัดสุพรรณบุรี  พระราชทานนามวัดเสียใหม่ว่า วัดชัยมงคล ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นวัดใหญ่ชัยมงคล

ที่อยู่ : ริมถนนทางหลวงหมายเลข 3059 อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา

วัดมงคลบพิตร

พระมงคลบพิตร เป็นพระพุทธรูปบุสัมฤทธิ์องค์ใหญ่องค์หนึ่งในประเทศไทย ครั้นถึงแผ่นดินของสมเด็จพระเจ้าเสือ ยอดมณฑปเกิดไฟไหม้เพราะอสนีบาตทำให้ส่วนบนขององค์พระมงคลบพิตรเสียหาย จึงโปรดให้ก่อสร้างใหม่ แปลงเป็นพระวิหารแทน

เมื่อเสียกรุงครั้งที่ 2 วิหารพระมงคลบพิตรได้ถูกไฟไหม้ พระวิหารและองค์พระพุทธรูปได้รับการปฏิสังขรณ์ใหม่ บริเวณข้างวิหารพระมงคลบพิตรทางด้านทิศตะวันออก เดิมเป็นสนามหลวง ใช้เป็นที่สำหรับสร้างพระเมรุพระบรมศพของพระมหากษัตริย์และเจ้านายเช่นเดียวกับท้องสนามหลวงของกรุงเทพฯ

ที่อยู่ : อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา

วังช้างอยุธยา (ปางช้างอยุธยาแลเพนียด)

วังช้างอยุธยา หรือปางช้างอยุธยาแลเพนียด ตั้งอยู่ข้างคุ้มขุนแผน นักท่องเที่ยวสามารถมาสัมผัสกับความตื่นเต้นบนหลังช้าง ไม่ว่าจะเป็นการนั่งช้างชมโบราณสถาน เริ่มต้นที่วัดมงคลบพิตร เส้นทางระยะสั้นใช้เวลาประมาณ 10 นาที ผ่านศาลหลักเมือง วัดเกษ คุ้มขุนแผน วัดพระราม ส่วนเส้นทางระยะยาว ใช้เวลาประมาณ 20 นาที ผ่านอนุสาวรีย์พระเจ้าอู่ทอง และบึงพระราม

ที่อยู่ : ข้างคุ้มขุนแผน  อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา

วัดมหาธาตุ

วัดมหาธาตุ สร้างในสมัยของสมเด็จพระราเมศวร เมื่อ พ.ศ. 1927 ลักษณะสถาปัตยกรรมของพระมหาธาตุ (ปรางค์) เป็นแบบแรกของสมัยอยุธยา ซึ่งมีอิทธิพลของขอม ชั้นล่างก่อสร้างด้วยศิลาแลง แต่ที่เสริมใหม่ปัจจุบันเป็นอิฐปูน สมเด็จพระเจ้าปราสาททอง ได้ปฏิสังขรณ์พระปรางค์ใหม่โดย โดยเสริมให้สูงกว่าเดิม แต่ขณะนี้ยอดพังลงมาเหลือเพียงชั้นมุขเท่านั้น เมื่อ พ.ศ. 2499 กรมศิลปากรได้ขุดแต่งพระปรางค์แห่งนี้ ได้ของโบราณหลายชิ้น ที่สำคัญคือผอบศิลา ภายในมีสถูป 7 ชั้น แบ่งออกเป็น ชิน เงิน นาก ไม้ดำ ไม้จันทร์แดง แก้วโกเมนและทองคำ

ที่อยู่ : ต.ท่าวาสุกรี  อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา

วัดมเหยงคณ์

วัดมเหยงคณ์ เดิมเป็นพระอารามหลวง และกลายเป็นวัดร้างไปภายหลังกรุงศรีอยุธยาแตกเมื่อ พ.ศ. 2310 วัดนี้ตั้งอยู่ ณ หมู่ที่ 5 ตำบลหันตรา อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา อยู่นอกเขตเมืองมาทางทิศตะวันออก ถ้าเดินมาจากถนน สายเอเชีย แยกเข้าสู่ถนนโรจนะเพื่อมุ่งเข้าเกาะเมือง พอมาถึงเจดีย์วัดสามปลื้มเลี้ยวขวาอ้อมวงเวียนมาตามถนนระยะทางประมาณ ๑.๕ กิโลเมตร ก็จะถึงทางเข้าวัดมเหยงคณ์ ท่านจะมองเห็นผนังอุโบสถก่อด้วยอิฐสีแดงตระหง่านแต่ไกลศรีอยุธยา

ที่อยู่ : ต.หันตรา อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา

วัดพระศรีสรรเพชญ์

วัดพระศรีสรรเพชญ์ ในปัจจุบันส่วนที่เห็นเด่นชัด คือส่วนของเจดีย์สามองค์ที่บรรจุพระบรมอัฐิของกษัตริย์อยุธยาทั้ง 3 พระองค์เอาไว้ ซึ่งถ้าเข้ามาจากบริเวณวิหารมงคลบพิตร เจดีย์องค์ขวามือจะเป็นที่บรรจุพระบรมอัฐิของสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ, องค์กลางคือสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 3 และองค์ซ้ายคือสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 วัดพระศรีสรรเพชญ์เป็นวัดที่ใช้ประกอบพิธีสำคัญต่างๆ ของบ้านเมือง จึงเป็นวัดในเขตพระราชวังที่ไม่มีพระสงฆ์อยู่จำพรรษา

ที่อยู่ : ในเขตพระราชวังโบราณ อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา

วัดไชยวัฒนาราม

พระเจ้าปราสาททอง โปรดให้สร้างขึ้น พ.ศ.2173 เพื่อถวายพระราชกุศลแด่พระมารดาและเพื่อรำลึกเหตุการณ์ที่พระองค์ได้ขึ้นครองราชย์ ปัจจุบันเป็นวัดร้าง สิ่งก่อสร้างที่เหลืออยู่มีพระปรางค์ศรีรัตนมหาธาตุ และเจดีย์เรียงรายตามพระระเบียงคดรอบพระปรางค์ ความสำคัญอีกประการหนึ่งคือ วัดนี้เป็นที่ฝังพระศพของเจ้าฟ้าธรรมาธิเบศ กวีเอกสมัยอยุธยาตอนปลายกับเจ้าฟ้าสังวาลย์ซึ่งต้องพระราชอาญาโบยจนสิ้นพระชนม์ในรัชสมัยของพระเจ้าบรมโกศ

ที่อยู่ : ริมแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันตก  อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา

วัดหน้าพระเมรุ

วัดหน้าพระเมรุ มีชื่อเดิมว่า วัดพระเมรุราชิการาม พระองค์อินทร์ในรัชกาลสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 ทรงสร้างเมื่อ พ.ศ. 2046 เป็นวัดเดียวในกรุงศรีอยุธยาที่ไม่ถูกพม่าทำลายและยังคงมีสภาพที่สมบูรณ์ พระประธานในอุโบสถเป็นพระพุทธรูปทรงเครื่องหล่อสำริดขนาดใหญ่ที่สุดและมีความงดงามมาก

ที่อยู่ : ต.ท่าวาสุกรี อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา

วัดโลกยสุทธา

วัดโลกยสุทธา ตั้งอยู่ถัดจากเจดีย์ศรีสุริโยทัยไปทางด้านหลังประมาณ 1 กิโลเมตร อยู่ติดกับวัดวรเชษฐาราม ภายในวัดมีพระพุทธไสยาสน์ประดิษฐานอยู่ พระพุทธไสยาสน์องค์นี้ก่อด้วยอิฐถือปูนยาวประมาณ 29 เมตร มีซากพระวิหารเป็น 6 เหลี่ยมขนาดใหญ่อยู่ชิดองค์พระเหลืออยู่หลายต้น เข้าใจว่าเป็นซากพระอุโบสถ

ที่อยู่ : ต.ประตูชัย อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา

วัดพุทไธศวรรย์

วัดนี้สร้างขึ้นบริเวณที่สมเด็จพระเจ้าอู่ทองอพยพมาสร้างเมืองใหม่ เดิมบริเวณนี้เรียกว่า “เวียงเล็ก” หรือ “เวียงเหล็ก” ซึ่งเป็นตำหนักที่ประทับของสมเด็จพระเจ้าอู่ทอง ภายในวัดมีสิ่งที่น่าสนใจ คือ พระปรางค์ประธานองค์ใหญ่เป็นศิลปะแบบอยุธยาตอนต้นผสมศิลปะขอม มีระเบียงล้อมรอบ ภายในประดิษฐานพระปูนปั้นนับร้อยองค์ ด้านข้างพระปรางค์มีมณฑปอย่างละหลัง เป็นที่ประดิษฐานพระประธานปูนปั้นปางมารวิชัย

ที่อยู่ : ริมแม่น้ำเจ้าพระยาทางด้านใต้ อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา

วัดท่าการ้อง

วัดท่าการ้อง เป็นวัดเก่าแก่สมัยอยุธยา ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาทางทิศตะวันตกของเมืองพระนครศรีอยุธยา  ท่ามกลางชุมชนอิสลาม 2 หมู่บ้านคือ บ้านท่ากับบ้านการ้อง อันเป็นวัดพุทธศาสนาที่อยู่ท่ามกลางชุมชนมุสสิม วัดท่าการ้องตั้งอยู่ที่บ้านท่า เป็นวัดหนึ่งที่นักท่องเที่ยวนิยมแวะมาสักการะพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ นามว่า “พระพุทธรัตนมงคล” หรือที่เรียกกันว่า “หลวงพ่อยิ้ม” สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยอยุธยาตอนต้น ขณะที่บ้านเมืองมีความเจริญรุ่งเรืองและสงบสุข ดังจะเห็นได้จากพระพุทธลักษณะที่งดงามและพระพักตร์ที่มีความเมตตา วัดท่าการ้อง ได้ตกแต่งบริเวณวัดให้สวยงามด้วยไม้ดอกไม้ประดับเป็นระเบียบ รวมทั้งมีห้องน้ำที่ตกแต่งสวยงามจนได้รับรางวัลชนะเลิศการประกวด สุดยอดส้วมแห่งปีระดับประเทศ ปี 2549 ประเภทวัดและศาสนสถาน

ที่อยู่ : อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา

วัดนิเวศธรรมประวัติราชวรวิหาร

วัดนิเวศธรรมประวัติราชวรวิหาร รัชกาลที่ 5 โปรดให้สร้างขึ้นเลียนแบบโบสถ์ฝรั่งเมื่อ พ.ศ. 2421 เพื่อประกอบศาสนกิจ ซึ่งเสมือนเป็นวัดหลวงที่เคียงคู่กับพระราชวังบางปะอิน พระอุโบสถวัดนี้งดงามด้วยสถาปัตยกรรมแบบกอทิก

ลักษณะเด่น คือ มียอดแหลมสูง ผนังพระอุโบสถประกอบด้วยกระจกสี เพื่อให้แสงผ่าน เข้ามาเป็นสีต่าง ๆ  พระประธานออกแบบโดยพระเจ้าบรมวงศ์เธอพระองค์เจ้าประดิฐวรการ มีนามว่า “พระพุทธนฤมลธรรมโวภาส” ปางสมาธิประทับในซุ้มเรือนแก้ว หน้าตักกว้าง 22 นิ้ว สูงจากรากฐานพระรัศมี 36 นิ้ว

ที่อยู่ : ตรงข้ามกับพระราชวังบางปะอิน อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา

พระราชวังบางปะอิน

พระราชวังบางปะอิน สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าปราสาททองในปี พ.ศ. 2175 และให้ขุดสระน้ำขึ้นกลางเกาะบางปะอิน สร้างพระที่นั่งไอศวรรย์ทิพยอาสน์ขึ้นริมสระ เมื่อกรุงฯ แตกจึงถูกปล่อยให้ทิ้งร้าง จนถึงรัชกาลที่ 4 ได้มีการบูรณะขึ้นมาใหม่ และในสมัยรัชกาลที่ 5 โปรดเกล้าให้สร้างพระที่นั่งต่างเพิ่มขึ้นอีกหลายองค์เพื่อใช้เป็นที่ประทับ และออกว่าราชการในการเสด็จประพาสอยุธยา และใช้เป็นที่รับรองแขกบ้านแขกเมือง

ที่อยู่ : อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา

พิพิธภัณฑ์ล้านของเล่นเกริกยุ้นพันธ์

พิพิธภัณฑ์ล้านของเล่นเกริกยุ้นพันธ์ ก่อตั้งโดย รศ.เกริก ยุ้นพันธ์ ปัจจุบันเป็นอาจารย์ประจำสาขาวิชาวรรณกรรม สำหรับเด็ก มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ นอกเหนือจากบทบาทคุณครูแล้วยังเป็นนักวาดภาพประกอบ และคนทำหนังสือสำหรับเด็ก เจ้าของผลงานหนังสือภาพจำนวนมาก เช่น บอลลูน กระดุ๊กกระดิ๊กกระด๊อกกระแด๊ก กระต่ายน้อยหนีแม่ และชาวนาไทยที่ได้รับรางวัล นอมา (NOMA) จากประเทศญี่ปุ่น ประจำปี พ.ศ. 2525 ซึ่งรางวัลนี้เอง ที่เป็นจุดเริ่มต้นให้เกิดความคิดอยากสร้างพิพิธภัณฑ์ของเล่นขึ้นในเมืองไทย พอกลับมาเมืองไทยจึงเริ่มต้นเก็บของเล่นบ้าง สะสมมาตลอด 20 กว่าปีที่ผ่านมา และเมื่อ 10 ปีที่แล้วก็มาเจอที่ดินผืนนี้ (พื้นที่เขตหัวแหลมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา) จึงตัดสินใจซื้อไว้ และค่อยๆ สร้างพิพิธภัณฑ์ขึ้นมาจนเกิดเป็น “พิพิธภัณฑ์ล้านของเล่นเกริกยุ้นพันธ์” ในทุกวันนี้

ที่อยู่ : ต.ท่าวาสุกรี แยกประตูชัย  อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา

ตลาดน้ำอโยธยา

ตลาดน้ำอโยธยา มีพื้นที่ประมาณ 70 ไร่ นับเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมไทย ที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ก่อตั้งขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ที่จะให้สถานที่แห่งนี้เป็นสถานที่ท่องเที่ยว และศึกษาเชิงอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมไทยตั้งแต่สมัยอยุธยา ทั้งด้านการแต่งกาย สถาปัตยกรรมที่งดงาม และคงเอกลักษณ์ขนบธรรมเนียมประเพณี การละเล่น และแสดงพื้นบ้าน ของกินของใช้ในยุคเก่า วิถีชีวิตความเป็นอยู่แบบไทยๆ ที่เรียบง่าย นับเป็นจุดศูนย์รวมนักท่องเที่ยวชาวไทย และชาวต่างชาติที่จะได้เพลิดเพลินไปกับบรรยากาศ และทัศนียภาพอันงดงามตามแบบฉบับของคนไทย

ที่อยู่ : ต.ไผ่ลิง อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา

ตลาดน้ำทุ่งบัวชม

ตลาดน้ำทุ่งบัวชม ตั้งอยู่บนเนื้อที่ 18 ไร่ เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ทั้งทางด้านวิถีชีวิต ศิลปะ และวัฒนธรรม ที่เน้นความงดงามด้านสถาปัตยกรรม การตกแต่งร้านค้า รวมไปถึงการแต่งกาย ภายในจำหน่ายสินค้าที่เป็นของดี ของขึ้นชื่อ รวมไปถึงของฝากจากอยุธยา รวมถึงสินค้า Handmade นอกจากนี้ยังมีการแสดงและการละเล่นพื้นบ้านที่หาดูได้ยากในปัจจุบันอีกด้วย

ตลาดโก้งโค้ง

ปัจจุบันบรรยากาศต่างๆ เหล่านี้ได้ถูกรื้อฟื้นขึ้นอีกครั้ง เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสกับประสบการณ์ย้อนยุค ในการเลือกซื้อสินค้าภูมิปัญญาชุมชนที่ถึงพร้อมด้วยคุณภาพ รสชาติ และราคาสินค้าที่จำหน่ายในตลาดโก้งโค้งแห่งนี้มีหลากหลาย

ที่อยู่ :  อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา

พุทธอุทยานมหาราช หลวงปู่ทวด อยุธยา

พุทธอุทยานมหาราช หลวงปู่ทวด เป็นสมเด็จหลวงพ่อทวดเหยียบน้ำทะเลจืดองค์ใหญ่ที่สุดในโลก และนับว่าเป็นรูปเหมือนพระสงฆ์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกด้วยเช่นกัน มีขนาดหน้าตัก กว้าง 24 เมตร ความสูงรวมฐาน 51 เมตร สร้างจากปูนหุ้มสัมฤทธิ์เคลือบสีทอง แต่เดิมในอดีต พื้นที่บริเวณนี้เป็นเส้นทางเดินทัพของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ด้วยเหตุนี้เองจึงเป็นที่มาของชื่อ “พุทธอุทยานมหาราช”

ที่อยู่ : หลัก ก.ม.ที่ 44 ถ.สายเอเชีย ต.บ้านใหม่ อ.มหาราช จ.พระนครศรีอยุธยา

เรียกได้ว่าพอเห็นก็นึกหวนถึงบรรยากาศเก่าๆ สมัยเด็กๆขึ้นมาทันที ใครที่ชื่นชอบเที่ยวแนวประวัติศาสตร์ก็ไม่ควรพลาดมาเที่ยวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เมืองกรุงเก่านะคะ

ข่าวสารที่น่าสนใจ เพิ่มเติม..

Leave a Reply

%d bloggers like this: