15 สุดยอดสถานที่ท่องเที่ยวในสิงคโปร์ SINGAPORE

สุดยอดสถานที่ท่องเที่ยวในสิงคโปร์ ถ้ากำลังมองหาสถานที่ท่องเที่ยวใกล้บ้าน เดินทางสะดวก และราคาสบายกระเป๋ากันอยู่ แนะนำไปเที่ยวที่ประเทศสิงคโปร์ดีกว่าค่าา ที่นี่มีสถานที่ท่องเที่ยวสวยๆ และน่าสนใจมากมาย แถมยังติดอันดับโลกอีกด้วย บอกเลยว่าไม่ธรรมดา อยากรู้แล้วใช่มั๊ยคะ ว่าไม่ธรรมดายังไง งั้นเราไปทำความรู้จักสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตในสิงคโปร์กันเล้ยย

เที่ยวอ่าวมารีนา Marina Bay

แลนด์มาร์คของประเทศสิงคโปร์ เป็นที่ทราบกันดีว่าตั้งอยู่ที่ อ่าวมารีนา Marina Bay ที่นี่ถือว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตที่ถูกเลือกเป็นจุดหมายปลายทางอันดับต้นๆ เลย เมื่อมาเที่ยวประเทศสิงคโปร์

ไฮไลท์ของอ่าวมารีนา ต้องไม่พ้นเจ้ารูปปั้นสิงโตทะเลพ่นน้ำ หรือ Merlion ที่เป็นสัญลักษณ์ของประเทศสิงคโปร์แน่นอนค่ะ มีมุมสวยๆ ให้เลือกถ่ายรูปมากมาย คนที่นี่เชื่อกันว่า ถ้าเราทำท่าเปิดกระเป๋า แล้วให้น้ำพุที่ออกจากปากรูปปั้นสิงโตทะเลตกลงในกระเป๋าของเรา จะทำให้มีโชค มีลาภ เฮงๆ รวยๆ แน่นอน โอ้โหห แบบนี้อย่ารอช้า รีบเปิดกระเป๋ากันกว้างๆ เพื่อรับโชคลาภ ให้กระเป๋าตุงกลับบ้านกันเลยจ้าา

นอกจากนี้ ยังมีโรงแรมมารีน่า เบย์ แซนด์ส Marina Bay Sands ที่เป็นอีกไฮไลท์สำคัญของอ่าวมารีนาแห่งนี้เช่นกันค่ะ สะดุดตาด้วยดีไซน์สุดล้ำ ตั้งตระหง่านอยู่ริมอ่าวมารีนา เป็นโรงแรมสุดหรูหราที่ใหญ่ที่สุดในสิงคโปร์ ใช้งบประมาณมหาศาลในการสร้าง  ส่วนเรื่องบรรยากาศ ไม่ต้องพูดถึง ต้องสวยงามสมคำล่ำลือแน่นอนค่ะ ในยามค่ำคืนของทุกคืน จะมีผู้คนมากมายมาจับจองที่นั่งริมอ่าวเพื่อชมการแสดง แสง สี เสียง สุดอลังการจากโรงแรมมารีน่า เบย์ แซนด์ส เป็นการเล่าเรื่องราวผ่านม่านน้ำพุ ขอบอกว่าสวยงามตรึงตาตรึงใจแน่นอนค่ะ คอนเฟิร์ม!!

ในยามค่ำคืนของทุกคืน จะมีผู้คนมากมายมาจับจองที่นั่งริมอ่าวเพื่อชมการแสดง แสง สี เสียง สุดอลังการจากโรงแรมมารีน่า เบย์ แซนด์ส ชื่อว่า Wonder Full – Light & Water Spectacular เป็นการเล่าเรื่องราวผ่านม่านน้ำพุสุดอลังการ ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ใช้เวลาในการออกแบบไฟระบบ IT เสียงเพลงประกอบและเรื่องราวต่างๆ ถึง 3 ปีเลยนะคะ *0* โดยยิงภาพ ตัวอักษร ทาง video projectors ออกมาที่ม่านละอองน้ำเป็นภาพ 3 มิติ มีดนตรีประกอบการแสดง และยังมีการยิงแสงเลเซอร์ที่ดาดฟ้ารูปเรือของตัวตึก Marina Bay Sands ด้วยจ้า การแสดงนี้ได้รับรางวัล Best New Tourist Attraction จาก Asean Tourist Forum ขอบอกว่าสวยงามตรึงตาตรึงใจแน่นอนน คอนเฟิร์ม!!

เวลาจัดการแสดง วันอาทิตย์ – พฤหัสบดี : 20.00 น. และ 21.30 น. วันศุกร์, เสาร์ : 20.00 น., 21.30 น. และ 23.00 น. แต่ละรอบใช้เวลา 15 นาทีค่ะ

เที่ยวการ์เด้น บาย เดอะ เบย์ Gardens by the Bay

Gardens by the Bay เป็นสวนพฤกษศาสตร์ขนาดใหญ่ริมอ่าวมารีน่า มีพรรณไม้นานาชนิดจากทั่วโลก พื้นที่ในสวนถูกแบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ Bay South Garden, Bay East Garden และ Bay Central Garden เนื่องจากสวนที่นี่มีขนาดใหญ่มาก เราสามารถเลือกนั่ง Shuttle service เพื่อชมบรรยากาศโดยรอบแทนการเดินได้ ไฮไลท์ของสวนแห่งนี้ คือ Flower Dome และ Cloud Forest เป็นโดมเรือนกระจกติดแอร์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ใหญ่กว่าสนามฟุตบอลถึง 2 เท่าเลยล่ะค่ะ

Flower Dome เป็นแหล่งรวมพรรณไม้เขตร้อนชื้นแถบเมดิเตอร์เรเนียน และพื้นที่กึ่งแห้งแล้งในเขตร้อน ถูกจัดออกเป็นสวนย่อยๆ ได้แก่ สวนออสเตรเลีย สวนแอฟริกาใต้ สวนอเมริกาใต้ สวนแคลิฟอร์เนีย และสวนเมดิเตอร์เรเนียน ซึ่งสวยงามไปคนละแบบ โดมแห่งนี้มีความสูงถึง 38 เมตร รองรับคนได้มากกว่า 1,400 คน ภายในอากาศสดชื่น เย็นสบาย เหมาะสำหรับคนรักธรรมชาติสุดๆ ไปเลยค่ะ

ในส่วน Cloud Forest จะเป็นโดมที่รวมพันธุ์พืชและพันธุ์ไม้ในเขตป่าดิบชื้น เมื่อเดินเข้าไปภายใน สิ่งแรกที่สะดุดตาเลยก็คือ น้ำตกจำลองขนาดใหญ่ ที่มีความสูงถึง 30 เมตร เป็นน้ำตกในร่มที่ใหญ่ที่สุดในโลก แวะถ่ายรูปสักนิด แล้วเดินต่อเข้าไปข้างในกันเลยค่ะ อากาศในโดมแห่งนี้ความชื้นค่อนข้างสูง เพื่อให้เหมาะกับพืชพันธุ์จำพวก มอส และเฟิร์น การเดินเข้าชม เค้าจะให้เราขึ้นลิฟท์ไปยังชั้นบนสุดก่อน แล้วเดินลงชมพรรณไม้เองทีละชั้น ไฮไลท์ของโดมนี้อยู่ที่ Cloud walk หรือทางเดินลอยฟ้า เวลาเดินนี่หวาดเสียวสุดๆ ไปเลยค่ะ

หลังจากชมพรรณไม้ในโดมกระจกเรียบร้อยแล้ว ตอนช่วงเย็นๆ อย่าลืมแวะชม Supertree Grove เป็นต้นไม้ขนาดยักษ์ รูปร่างแปลกตา ตั้งตระหง่านถึง 18 ต้น มีความสูงประมาณ 25 – 50 เมตร แต่ละต้นมีความสูงที่แตกต่างกัน ยามเย็นต้นไม้ยักษ์เหล่านี้ จะถูกประดับด้วยแสงไฟหลากสีสัน มีมุมเก๋ๆ ไว้ถ่ายรูปมากมาย สวยอย่าบอกใครเลยล่ะค่ะ

เที่ยวถนนช้อปปิ้งออร์ชาร์ด Orchard

ใครเป็นขาช้อป มาทางนี้เลยค่ะ ที่ประเทศสิงคโปร์ เค้ามีแหล่งช้อปปิ้งยอดฮิตอยู่ที่ถนน Orchard ตลอดตามแนวถนนเราจะพบห้างเรียงรายติดกันมากมาย ยกตัวอย่างเช่น ห้าง ION Orchard, Wisma Atria, และ Takashimaya เป็นต้น มีสินค้าแบรนด์เนม ไม่ว่าเป็น เสื้อผ้า เครื่องประดับ ให้เลือกช้อปอย่างจุใจ

แนะนำให้มาช่วงประมาณเดือนมิถุนายน – สิงหาคม เพราะจะมีเทศกาล Great Singapore Sale เป็นเทศกาลลดกระหน่ำทั้งเกาะสิงคโปร์ ตั้งแต่เสื้อผ้า เครื่องประดับ เครื่องใช้ไฟฟ้า แม้กระทั่งโรงแรม ก็ลดกับเค้าด้วยนะคะ บอกเลยใครหลงเข้าไปในย่านนี้แล้ว ยากที่จะพาตัวเองออกมาแน่นอนค่ะ แหล่งละลายทรัพย์ของจริง

เที่ยวสวนสนุกสวนสนุกยูนิเวอร์แซล สตูดิโอ สิงคโปร์ Universal Studios Singapore

สวนสนุก Universal Studios Singapore ถือว่าเป็นแลนด์มาร์คอีกแห่งหนึ่งของประเทศสิงคโปร์ ที่นักท่องเที่ยวต้องมีไว้ในแพลน สวนสนุกแห่งนี้เป็น Universal Studios แห่งที่สองในเอเชีย ตั้งอยู่บนเกาะเซนโตซ่า ดึงดูดนักท่องเที่ยวได้มากมาย ถ้าเป็นช่วงวันเสาร์ – อาทิตย์ คนจะเยอะเป็นพิเศษ แนะนำให้มาวันปกติดีกว่าค่ะ เวลาต่อคิวเล่นเครื่องเล่นจะได้ไม่ต้องรอนาน ภายในสวนสนุกนี้ถูกแบ่งออกเป็น 7 โซน คือ Hollywood, Madagascar, Far Far Away, Lost World, Ancient Egypt, Sci-Fi City และ New York แต่ละโซนก็สนุกไปคนละแบบ ถ้าอยากเที่ยวให้ทั่ว ควรมีเวลาอย่างน้อย 1 วัน รับรองเก็บหมดแน่นอนค่ะ สำหรับราคาบัตรในวันธรรมดา ผู้ใหญ่ 66 SGD และ เด็ก 48 SGD ส่วนราคาบัตรในวันหยุด ผู้ใหญ่ 72 SGD และ เด็ก 52 SGD บัตรเข้าชม เมื่อซื้อไปแล้วสามารถใช้เล่นเครื่องเล่นได้ทุกอย่างตามใจชอบเลยค่ะ ดีตรงนี้แหละ อย่าลืมลองไปเที่ยวกันนะคะ แนะนำๆ

เที่ยวพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ S.E.A. Aquarium

สำหรับคนที่ชอบสัตว์โลกใต้ท้องทะเล อย่าพลาดไปเที่ยวที่ S.E.A. Aquarium หรือ South East Asia Aquarium มีความจุน้ำขนาดใหญ่ 42.8 ล้านลิตร มีสัตว์น้ำมากกว่า 1 แสนตัว 800 สายพันธุ์ ตั้งอยู่ที่ Resorts World Sentosa โซน Marine Life Park เมื่อก้าวไปภายใน เราจะสะดุดตากับเรือสำเภาจำลองขนาดใหญ่เท่าของจริง และนิทรรศการที่เล่าความเป็นมาเกี่ยวกับเส้นทางการเดินเรือเพื่อการค้าขายในสมัยก่อน ถ้าชมในโซนนี้จนพอใจแล้ว เราเข้าไปในอควาเรียมที่เป็นจุดหมายปลายทางของเรากันเลยจ้าา

จุดแรกที่เห็น รับรองว่าต้องตะลึงกับความอลังการแน่นอนค่ะ เพราะเราจะพบกับตู้ปลาขนาดใหญ่มหึมา มีฝูงปลามากมายแหวกไปมารอบๆ ซากเรือจำลอง เสมือนจมอยู่ใต้มหาสมุทร เป็นภาพที่สวยงามมากๆ ค่ะ หลังจากนั้นก็ไปต่อกันที่อุโมงยักษ์ ให้ความรู้สึกว่าเหมือนอยู่ใต้ท้องทะเลจริงๆ ขึ้นไปอีก ถัดมาอีกโซนก็จะพบตู้โชว์ปลาเล็กๆ นานาชนิด เพลินไปอีกแบบ ใครที่ชอบดูแมงกระพรุน ที่มีเค้ามีให้ดูเยอะเลยค่ะ เจ้าปลาโลมาสุดน่ารักก็มีเช่นกัน

เอาล่ะ!! ในที่สุดก็มาถึงไฮไลท์สำคัญของอควาเรียมแห่งนี้ นั่นก็คือ โซน Open Ocean เป็นโซนที่มีเหล่าสัตว์น้ำมากมายหลายชนิด แหวกว่ายอยู่หลังบานกระจกขนาดใหญ่ ว้าวว มีเสียงเพลงดนตรีเบาๆ ขับกล่อมไปด้วย บอกเลยว่าเพลินสุดๆ ไปเลยจ้าา แนะนำเลยสำหรับคนที่กำลังวางแผนจะมาเที่ยวประเทศสิงคโปร์ รับรองว่าเป็นประสบการณ์ที่คุณไม่วันลืมแน่นอนค่ะ

เที่ยวย่านคลาร์กคีย์ Clarke Quay

ย่านคลาร์กคีย์ เป็นแหล่งท่องเที่ยวยามค่ำคืนสุดฮิตของนักท่องเที่ยว ตั้งอยู่ 2 ฝั่งของแม่น้ำสิงคโปร์ Singapore River สมัยก่อน ที่นี่เคยเป็นศูนย์กลางการค้าที่สำคัญของเมือง ทำให้เต็มไปด้วยโกดังสินค้ามากมาย เมื่อทางการสิงคโปร์ได้มีการย้ายศูนย์กลางการค้าไปที่อื่น จึงมีการปรับปรุง เพื่อให้ย่านนี้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวยามค่ำคืนอย่างที่เห็นในปัจจุบัน

ย่านคลาร์กคีย์ เป็นศูนย์รวมร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้า และไนท์คลับมากมาย วิวสวย บรรยากาศดีเยี่ยม เหมาะสำหรับนั่งเล่นชิลล์ๆ จิบเบียร์เย็นๆ พร้อมกับฟังเพลงเบาๆ คลอไปด้วย เป็นอะไรที่สุดๆ ไปเลยค่ะ สำหรับคนที่ชอบแนวหวาดเสียว แนะนำลองไปเล่น G-MAX เป็นเครื่องเล่นที่ให้ความรู้สึกคล้ายการกระโดดบันจี้จัมพ์ เค้าจะให้เราเข้าไปนั่งในลูกกรงเหล็ก ซึ่งนั่งได้สูงสุด 3 คน เจ้าเครื่องนี้มันจะหวี่ยงเราไปในอากาศด้วยความสูงถึง 60 เมตรเลยล่ะค่ะ หรือลองเล่น GX-5 เครื่องเล่นที่ปล่อยเราตกมาจากความสูง 50 เมตร รับรอง สนุก ตื่นเต้น และหวาดเสียวจนไม่อยากลืมแน่นอนจ้า

นั่งชิงช้าสวรรค์ Singapore Flyer

สิงคโปร์ ฟลายเออร์ เป็นชิงช้าสวรรค์ที่ขนาดใหญ่ ถือเป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์ของประเทศสิงคโปร์ ตั้งอยู่ริมอ่าวมารีน่า มีความสูงถึง 165 เมตร หรือเท่าๆ กับตึก 42 ชั้น กระเช้าถูกออกแบบเป็นรูปทรงแคปซูล มีทั้งหมด 28 แคปซูล แต่ละแคปซูลนั่งได้ 28 คน ใช้เวลานั่งประมาณ 30 นาทีต่อรอบ เมื่อชิงช้าสวรรค์ขึ้นไปจุดสูงสุด คุณจะพบกับวิวทิวทัศน์อันสุดประทับใจ มองเห็นความสวยงามรอบๆ อ่าวมารีนาได้แบบพาโนรามาเลยจ้าา ยิ่งในยามค่ำคืน วิวยิ่งสวยค่ะ เพราะเราจะได้พบแสงไฟระยิบระยับของตึกรามบ้านช่องด้านล่าง เป็นภาพที่ตราตรึงใจสำหรับใครหลายๆ คนแน่นอนค่ะ

เวลาเปิด – ปิด

เปิดทุกวันตั้งแต่ 8.30 น. – 22.00 น.

ค่าเข้าชม

เด็ก (อายุ 3-12) ราคา 21 SGD

ผู้ใหญ่ (อายุ 13 ขึ้นไป) ราคา 33 SGD

ผู้สูงอายุ (อายุ 60 ขึ้นไป) ราคา 24 SGD

พักผ่อนในสนามบินชางงี Changi Airport Singapore

สนามบิน Changi Airport Singapore ถูกจัดอันดับให้เป็นสนามบินที่ดีที่สุดในโลก ปี 2017 ซึ่งเป็นแชมป์มา 5 ปีซ้อนจาก Skytrax ที่นี่เป็นทั้งแหล่งช้อปปิ้ง แหล่งรวมร้านอาหาร และมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ดีเยี่ยมมากมาย ไม่ว่าจะเป็น เก้าอี้นวดไฟฟ้า WIFI โรงหนัง Game Console และอื่นๆ อีกมากมาย ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ ล้วนแต่ให้บริการฟรีทั้งหมดเลยนะคะ ว้าวว ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมถึงถูกจัดอันดับว่าดีที่สุดในโลก ใครที่มีโอกาสได้ไป ลองใช้บริการที่เค้ามีให้ดูนะคะ

นอกจากนี้ยังมี The Jewel Changi Airport อาคารรูปทรงโดนัทสูง 10 ชั้น ที่เพิ่งเปิดอย่างเป็นทางการ อลังมากกกกกกกก ดาวล้านดวงค่ะพูดเลยย!! อารมณ์แบบห้างในป่าขนาดบิ๊กเบิ้ม มีพื้นที่ตั้ง 135,700 ตารางเมตรแน่ะ มีต้นไม้ถึงแสนกว่าต้น มีร้านอาหาร โรงแรม ร้านค้าแบรนด์ดังจากต่างประเทศให้เลือกช้อปกันมหาศาล และยังมีกิจกรรมสนุกๆ ให้ทำมากมาย เช่น สวนสนุกเล็กๆ สำหรับเด็กๆ โรงภาพยนตร์ เขาวงกต ห้องจัดนิทรรศการ และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ที่พร้อมรองรับผู้โดยสารอย่าง จุดฝากกระเป๋า เคาน์เตอร์เช็คอินล่วงหน้า เลานจ์ ห้องอาบน้ำ รวมไว้ที่เดียวอย่างครบครัน ท่ามกลางธรรมชาติ เทคโนโลยีและความล้ำสมัยแบบสุดๆ ไปเลยจ้า รวมถึงยังเชื่อมต่อกับทุกเทอมินอล ทั้งอาคาร T1, T2, T3 และ T4 พร้อมบริการรับส่งที่ให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางมาได้อย่างสะดวกสบาย

ไฮไลท์สำคัญก็คือ Rain Vortex น้ำตกในร่มที่สูงที่สุดในโลก!! ตั้งอยู่ใจกลางอาคาร มีความสูงกว่า 40 เมตร ปริมาณน้ำจำนวนมหาศาลกว่า 38,000 ลิตรต่อนาที ไหลลงมาจากยอดโดมชั้น 5 สู่ชั้นใต้ดิน พอยิ่งเดินเข้าใกล้เข้าไปก็จะได้ยินเสียงน้ำตกชัดมากขึ้นเรื่อยๆ พร้อมกับไอเย็นจากละอองน้ำ ให้ความรู้สึกสดชื่นนน~ เหมือนอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ เป็นจุดยอดฮิตในการถ่ายรูปเลยค่ะ ตอนกลางคืนน้ำตกทั้งสายจะถูกเปลี่ยนเป็นที่จัดแสดงไฟอันสวยงามตระการตาไม่เหมือนที่ไหนในโลก บอกเลยว่างานนี้เพลินจนเกือบตกเครื่องเลยค่าา >,<

เที่ยวสวนสัตว์ยามค่ำคืน Singapore Night Safari

สวนสัตว์ Singapore Night Safari เป็นสวนสัตว์แบบเปิด ที่ให้บริการในตอนกลางคืนแห่งแรกของโลก มีสัตว์น้อยใหญ่กว่า 135 สายพันธุ์ ภายในแบ่งพื้นที่ออกเป็น 6 โซนใหญ่ๆ เช่น โซนทุ่งหญ้าสะวันน่าในแอฟริกา โซนหุบเขาแม่น้ำเนปาล และโซนป่าดงดิบในพม่า เป็นต้น โดยเราจะเลือกเดินเท้า หรือนั่งรถรางก็ได้ค่ะ ถ้าเลือกนั่งรถรางต้องจ่ายเพิ่มคนละ 8 SGD มีไกด์บรรยายให้ฟังตลอดเส้นทาง ใช้เวลาประมาณ 40 นาที ข้อห้ามสำคัญของที่นี่คือ ห้ามถ่ายรูปสัตว์โดยใช้แฟลชเด็ดขาด ระวังกันด้วยนะคะ นอกจากนี้ ที่นี่ยังมีการแสดงชื่อว่า Creatures of the Night เปิดให้ชมคืนละ 3 รอบ คือ เวลา 19.30 น., 20.30 น. และ 21.30 น. ใช้เวลาประมาณ 30 นาที รับรองว่าต้องตื่นเต้นไปกับโชว์แน่นอนค่ะ อย่าพลาดไปเปิดประสบการณ์แปลกใหม่ที่นี่กันนะคะ

เวลาเปิด – ปิด

เปิดทุกวันตั้งแต่ 19.30 น. – 24.00 น.

ค่าเข้าชม

เด็ก (อายุ 3-12) ราคา 30 SGD

ผู้ใหญ่ ราคา 45 SGD

ผู้สูงอายุ ราคา 18 SGD

กินปูผัดพริก (Sri Lankan Chilli Crab)

เมนูขึ้นชื่อของประเทศสิงโปร์ที่ นักท่องเที่ยวต้องไม่พลาดจะลิ้มลองคือ ปูผัดพริก ปูที่ใช้ทำเป็นปูพันธุ์ Sri Lanka Crab มีเนื้อเยอะและให้รสหวานอร่อย ไฮไลท์ของเมนูนี้ คือซอสที่ใช้ผัด เป็นซอสผัดกับเครื่องเทศ ปรุงรสให้ออกหวาน เผ็ด เข้ากันดีกับเนื้อปูสดๆ นุ่ม หวาน อร่อยสุดๆ ไปเลยค่าา เมื่อสั่งปูผัดพริกมาแล้ว สิ่งที่ต้องสั่งตามมาด้วยนั่นก็คือ หมั่นโถ กินจิ้มกับซอสรสเด็ด อือหืออ รับรองฟินแน่นอนจ้า

ส่วนร้านขายปูผัดพริกชื่อดังมีมากมายหลายแห่ง เช่น Jumbo Seafood Restaurant, No SignBoard Seafood และ Quayside Seafood เป็นต้น

ล่องเรือสำราญ Quantum of the Seas

ล่องเรือสำราญ Quantum of the Seas เที่ยวสิงคโปร์ ก็เป็นอีกกิจกรรมสุดฮิตของเหล่านักท่องเที่ยวเลยล่ะค่า เหมือนได้มาเปลี่ยนบรรยากาศในวันพักผ่อนแบบสุดชิว ล่องเรือสำราญสัมผัสกับบรรยากาศ วัฒนธรรม และธรรมชาติ รวมถึงซึมซับเอกลักษณ์และเสน่ห์ของบ้านเมืองในสิงคโปร์กันแบบจุใจ โดยเรือ Quantum of the Seas จากสายเรือ Royal Caribbean Cruises เป็นเรือสำราญสุดไฮเทค!! เก๋ไก๋เวรี่กู้ด เหมาะสำหรับการมาพักผ่อนเป็นครอบครัว ชิวๆ สบายๆ บางคนถามว่า อยู่บนเรือจะทำอะไรดี? จะน่าเบื่อไหม? อู้ยยยย เพียบจ้าาแม่ กิจกรรมความบันเทิงแน่นมาก เช่น RipCord by iFly เครื่องเล่นดิ่งพสุธาจำลอง, FlowRider เซิร์ฟจำลองที่เล่นกันได้ทั้งครอบครัว, ปีนหน้าผาจำลอง และอีกหนึ่งโซนยอดฮิตอย่าง North Star กระเช้าลอยฟ้าสูง 91 เมตร ขึ้นไปชมวิวได้ 360 องศา หรือจะกิจกรรมในร่มอย่าง Seaplex ที่เป็นทั้งลานรถบั๊มพ์ ลานโรลเลอร์สเก็ต อีกหนึ่งไฮไลท์สุดไฮเทค นั่นก็คือ Bionic Bar โรบอทบาร์เทนเดอร์ และปิดท้ายด้วยโชว์การแสดงสุดยิ่งใหญ่อลังการ รับรองไม่มีคำว่าเบื่อแน่นอนนน

ทริปมีตั้งแต่ 4 คืนขึ้นไป โดยเรือจะเริ่มออกจากท่าเรือที่ Marina Bay Cruise Center เป็นหลัก หลังวันล่องเรือเสร็จเราก็สามารถอยู่ต่ออีกสัก 2-3 วัน ตะลุยเก็บภาพสวยๆ และสถานที่ท่องเที่ยวในสิงคโปร์ให้ครบกันไปเล้ยยย สามารถเลือกโปรแกรมและราคา ล่องเรือสำราญท่องทะเลสิงคโปร์ 2019-2020 https://bit.ly/2poGzY6
หรือติดต่อสอบถามได้ที่ 2morrow Explorer
Call Center: 061-590-5999
E-mail: contact@ 2morrowexplorer.com

เที่ยวมหาวิทยาลัยนันยางเทคโนโลยี (Nanyang Technological University)

มหาวิทยาลัยนันยางเทคโนโลยี หรือตัวย่อว่า NTU ได้ข่าวว่าพื้นรองเท้าที่นี่เค้าดีมากเลยนะคะ เอ้ยยยย คนละนันยาง! แฮ่ >,< นี่คือมหาวิทยาลัยที่ถือได้ว่าติดอันดับของโลกเลยทีเดียวค่า โดยในปี 2018 อยู่อันดับที่ 11 ของโลก และอันดับที่ 1 ของเอเชีย!!! โอ้ววว มาถึงก็ไม่ธรรมดาซะแล้ว ขึ้นชื่อในเรื่องของสถาปัตยกรรมที่ไม่เหมือนใคร ตอนนี้เลยเป็นอีกสถานที่ฮอตฮิตแห่งใหม่ที่นอกจากจะมาส่องหนุ่มๆ วัยเรียนแล้ว ยังเป็นจุดที่ผู้คนมาถ่ายรูปชิคๆ กันอีกด้วยค่ะ

โดยแลนด์มาร์ค 2 แห่งของที่นี่ได้แก่ ตึก Art Design and Media Library เป็นตึกของคณะศิลปะ การออกแบบและสื่อมีเดีย หรือเรียกสั้นๆ ก็คือ ADM นั่นเอง ตัวอาคารจะเป็นกระจก ถ้ามองตรงๆ ก็แอบคล้ายรูปหัวใจอยู่เหมือนกันนะ มีสนามหญ้าคลุมไปจนถึงหลังคา มีทางเดินขึ้นมาถ่ายรูปได้ด้วยค่ะ

The Hive หรือ ตึกติ่มซำ ตึกดีไซน์สุดล้ำที่เห็นทีไรก็หิวทู้กกกที ถูกใจสายฮิปสเตอร์และสายช่างภาพกันมากๆ เป็นตึก 8 ชั้น ที่รูปร่างหน้าตาคล้ายกับเข่งของติ่มซำวางเรียงซ้อนๆ กันขึ้นไป สร้างด้วยงบประมาณสูงถึง 45 ล้านเหรียญดอลล่าร์สิงคโปร์ ภายในเป็นห้องเรียนต่างๆ มีระบบส่งเสริมการเรียนรู้ที่ทันสมัยหลายรูปแบบให้กับนักศึกษา เป็นตึกที่สวยแปลกตาจนติด 1 ใน 10 สถานที่ที่มีผู้คนชอบมาถ่ายรูปลง Instagram มากที่สุดแห่งหนึ่งของสิงคโปร์เลยนะจ๊า

เที่ยวอุโมงค์ต้นไม้ (Fort Canning Park)

อุโมงค์ต้นไม้ อีกหนึ่งแลนด์มาร์คที่ใครมาก็ต้องแวะมาถ่ายรูปกันตลอดๆ อยู่ที่สวนสาธารณะฟอร์ทแคนนิง เป็นบันไดวนขึ้นด้านบน ลักษณะเหมือนปากปล่องรูปวงกลม ถ้าเราอยู่ด้านล่างแล้วแหงนมองขึ้นไปจะเห็นต้นไม้สีเขียวตัดกับสีทองแบบเต็มๆ ตา มีสีฟ้าของท้องฟ้าเป็นฉากหลัง เป็นมุมที่ไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน เหมือนได้อยู่ในอุโมงค์ต้นไม้สมชื่อเลยค่า จุดนี้จึงเป็นสถานที่ที่สวยงามและแสนจะโรแมนติก เป็นการจัดวางของสิ่งก่อสร้างที่มนุษย์สร้างขึ้นกับธรรมชาติได้อย่างลงตัว จึงมีคู่รักหลายคู่นิยมมาถ่ายพรีเวดดิ้งกัน งู้ยยย เห็นแล้วอยากหาคู่มาถ่ายด้วยจัง >////<

ถ่ายรูปเสร็จก็มาเดินเล่นสูดอากาศบริสุทธิ์กันต่อในสวน ที่สวนสาธารณะฟอร์ทแคนนิง (Fort Canning Park)แห่งนี้มีประวัติอันยาวนานมาตั้งแต่สมัยเริ่มการก่อตั้งสิงคโปร์กันเลยทีเดียวค่ะ แต่เดิมเคยเป็นที่ตั้งวังของกษัตริย์ชาวมาเลย์ แต่หลังจากที่อังกฤษเข้ามามีบทบาทในการปกครองสิงคโปร์ ก็กลายเป็นที่ตั้งศูนย์บัญชาการการปกครองของท่านเซอร์สแตมฟอร์ด รัฟเฟิลส์ (Stamford Raffles) ถือเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญในช่วงสมครามโลกครั้งที่ 2 ใช้เป็นป้อมปราการและหอสั่งการณ์ ต่อมาหลังจากที่สิงคโปร์เป็นเอกราชจากอังกฤษสวนแห่งนี้ได้กลายมาเป็นสวนสาธารณะยอดฮิต อาคารต่างๆ ในอดีตก็ถูกเปลี่ยนให้เป็นโรงแรม พิพิธภัณฑ์ และลานกิจกรรมกลางแจ้ง เพื่อให้ผู้คนได้เข้ามาท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจกันแบบสบายๆ มีต้นไม้ยักษ์อายุกว่าร้อยปีอยู่หลายต้น ปกคลุมร่มรื่นไปทั้งสวน และยังมีปืนใหญ่ ซากป้อมปราการ และหลุมหลบภัยที่เรียกว่า Battle Box ในสมัยสงครามโลกให้เราชมตลอดทางเดิน ซึ่งจัดเป็นสิ่งก่อสร้างที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์เป็นอย่างมากเลยนะคะ ที่นี่มีมุมสวยๆ อยู่หลายมุม เรียกได้ว่าเพลิดเพลินจนลืมเวลากันเลยล่ะค่า

การเดินทางมาที่สวนสาธารณะฟอร์ทแคนนิงก็ง่ายนิดเดียว โดยนั่ง MRT มาลงสถานี Dhoby Ghaut MRT Station เดินต่อไม่กี่นาทีก็ถึงแล้วค่ะ ธรรมชาติอยู่ใกล้แค่เอื้อมจริงๆ ^^

เที่ยวย่านไชน่าทาวน์ (China Town)

ไชน่าทาวน์ เยาวราช เอ้ย ไม่ใช่ >,< ไชน่าทาวน์ที่สิงคโปร์นี้เป็นย่านขนาดใหญ่ใจกลางเมืองค่ะ และเป็นย่านที่อยู่อาศัยของผู้อพยพชาวจีนมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม จนได้รับการประกาศเป็นมรดกแห่งชาติของประเทศสิงคโปร์ด้วยค่า ละลานตากับตึกสถาปัตยกรรมสวยๆ สไตล์โคโลเนียลที่ได้รับการอนุรักษ์เป็นอย่างดี ทั่วทั้งถนนประดับด้วยโคมสีแดง มีร้านค้าต่างๆ มากมาย ทั้งร้านอาหาร ร้านขนม คาเฟ่ ของฝาก ของที่ระลึก งานฝีมือหลากหลายรูปแบบ ชา และสมุนไพรจีนต่างๆ ของฝากชื่อดังของสิงคโปร์ที่แนะนำก็คือ หมูแผ่นค่า หลายๆ คนบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าอร่อยมากกก! นั่นเอง ที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องของกิน เราจะพลาดได้ยังไงง หันซ้ายก็ข้าวมันไก่ หันขวาก็ข้าวหมูแดง หันหลังก็ข้าวหมูกรอบ ตีลังกาก็ยังเจอข้าวหน้าเป็ด อร้ายยยยย น่ากินไปโม้ดดด แถมราคาก็ไม่แพงด้วยจ้า

นอกจากนี้ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจเช่น พิพิธภัณท์ Chinese Heritage Centre เป็นที่จัดแสดงเกี่ยวกับเรื่องราวของชาวจีนในสมัยประวัติศาสตร์ที่ได้อพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานในสิงคโปร์ เรียนรู้วัฒนธรรมและวิถีชีวิต และยังมีการจำลองฉากเหมือนจริงของเหตุการณ์ในอดีตไว้ด้วยค่ะ

วัดพระธาตุเขี้ยวแก้ว (Buddha Tooth Relic Temple) เป็นวัดที่ศักดิ์สิทธิ์และเป็นที่เคารพบูชาของชาวสิงคโปร์เป็นอย่างมาก ตัววัดสีแดงขนาดใหญ่ตั้งอยู่โดดเด่นกลางย่านไชน่าทาวน์ บรรยากาศเงียบสงบ ร่มรื่น มีทั้งหมด 4 ชั้น บริเวณชั้น 3 เป็นพิพิธภัณฑ์ที่เก็บรวบรวมพระพุทธรูปต่างๆ จากทั่วโลก และเล่าประวัติความเป็นมาต่างๆ ของพุทธศาสนา และวัดแห่งนี้ยังเป็นที่เก็บรักษาพระบรมสารีริกธาตุ พระเขี้ยวแก้ว ของพระพุทธเจ้าไว้อีกด้วยค่ะ

เที่ยวย่านลิตเติ้ลอินเดีย (Little India)

มาต่อกันที่ลิตเติ้ลอินเดียกันจ้ะนายจ๋าาา~ เป็นอีกย่านฮิตของสิงคโปร์ มาถึงตอนแรกยังตกใจเลยค่ะว่า นี่เรามาเที่ยวประเทศอินเดียรึเปล่าเนี่ยย ทั้งผู้คน วัฒนธรรมอินเดียพื้นเมือง และสีสันของบ้านเรือน กระแทกตากระแทกใจมากๆ ค่ะ >,< มีที่พักให้เลือกหลายรูปแบบ หลายราคา ตั้งแต่โฮสเทลเก๋ๆ ไปจนถึงโรงแรมสุดหรู เมื่อก่อนในปี ค.ศ. 1840 ย่านนี้เป็นที่อยู่ของชาวยุโรปที่เข้ามาล่าอาณานิคม มีสนามแข่งม้า และเป็นสถานที่ซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้าต่างๆ ตั้งแต่เสื้อผ้า ดอกไม้ ไปจนถึงการซื้อขายปศุสัตว์ เช่น วัว ควาย โดยส่วนมากจะจ้างคนงานที่เป็นผู้อพยพชาวอินเดีย จึงได้วัฒนธรรมและการทำธุรกิจในแบบอินเดียเข้ามา มีการสร้างมัสยิดและวัดฮินดูขึ้น จนกลายมาเป็นย่านลิตเติ้ลอินเดียในปัจจุบันนี้เองค่ะ

วัดชื่อดังของที่นี่ชื่อว่า วัดศรีมาริอัมมันต์ (Sri Veerama Kaliamman Temple) หรือที่เรียกกันว่า วัดแขก เป็นวัดฮินดูที่เก่าแก่ที่สุดของสิงคโปร์ แถมยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานอีกด้วย สร้างขึ้นเพื่อสักการบูชาเจ้าแม่กาลี ซึ่งเป็นเทวีแห่งการรักษาโรคภัยไข้เจ็บ และโรคระบาดในศาสนาฮินดู และเป็นที่เคารพนับถือทางภาคใต้ของประเทศอินเดีย มีซุ้มประตูที่เต็มไปด้วยรูปปั้นเทพเจ้าต่างๆ และกำแพงวัดที่วิจิตรงดงามมากที่สุด ก่อนเข้าไปในวัดจะต้องล้างมือล้างเท้าให้สะอาด และทุบมะพร้าวที่แขวนไว้ตรงประตูเข้าวัด แล้วค่อยเข้าไปขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ด้านใน ถ้ามาในช่วงเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน จะมีเทศกาลเดินบนไฟ Theemithi ด้วยค่ะ

สำหรับนักชิมทั้งหลายเมื่อมาถึงย่านลิตเติ้ลอินเดีย อย่าพลาดชิมอาหารอินเดียแบบแท้ๆ กันดูนะคะ แนะนำที่ตลาดเตะกาเซ็นเตอร์ (Tekka Centre) ด้านในมีร้านอาหารอินเดียเยอะมากกก มีเครื่องเทศและวัตถุดิบหายากต่างๆ จากอินเดียให้เลือกซื้อกันด้วย และยังเป็นแหล่งขายผักและผลไม้ที่ใหญ่ที่สุดของสิงคโปร์อีกด้วยค่า

ห้างมุสตาฟา (Mustafa Centre) แหล่งช้อปปิ้งถูกแส๊นนนถูก ห้างยอดฮิตของคนไทย มีสินค้ามากมายหลายประเภท มีสินค้าขายอยู่มากกว่า 3 แสนชิ้น!! อยากได้อะไรที่นี่มีหมดจ้า ทั้งเสื้อผ้า ข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องประดับ เครื่องสำอาง ครีม น้ำหอม ของที่ระลึกสวยๆ ของสด ผัก ผลไม้ เครื่องเทศ ขนม ที่สำคัญคือเปิดทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมงจ้า เดินกันให้จุใจกันไปเล้ยยยย

ข่าวสารที่น่าสนใจ เพิ่มเติม..

Leave a Reply

%d bloggers like this: