นักวิทย์ศาสตร์ ทำวิจัยเปรียบเทียบการไอจาตอนใส่และไม่ใส่หน้ากาก ผลจะต่างกันแค่ไหน..

อย่างที่เราทราบกันดีว่าหน้ากากอนามัยเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยป้องกันเราให้รอดพ้นจากการแพร่ระบาดของเชื้อโรคที่แพร่เชื้อทางอากาศรวมถึง โควิด-19 ที่กลายเป็นปัญหาใหญ่ของชาวโลกอยู่ในขณะนี้ แต่สำหรับบางคนอาจจะมองข้ามการใส่หน้ากากไปเพราะเราไม่เห็นการป้องกันที่เป็นรูปธรรมด้วยตาเปล่าของเราได้

นั่นเป็นเหตุผลให้ ดร. ริช เดวิส ผู้อำนวยการห้องปฏิบัติการจุลชีววิทยาคลินิกที่ศูนย์การแพทย์ Providence Sacred Heart ในเมืองสโปแคน รัฐวอชิงตัน โพสต์การทดลองของเขาบนทวิตเตอร์ ที่กลายเป็นกระแสมีคนกดไลก์ให้มากถึง 2.8 แสนคน (คำแปลด้านล่าง)

“หน้ากากทำอะไรได้บ้าง ? มันมีหน้าที่ป้องกันละอองฝอยที่มาจากปากและคอของคุณ นี่คือ 2 การทดลองง่าย ๆ การทดลองแรกคือผมจะ จาม, ร้องเพลง, พูดคุย และ ไอ ลงบนจานเพาะเชื้อ แบบใส่หน้ากากและไม่ใส่หน้ากาก พวกแบคทีเรียจะโผล่มาตามที่ละอองฝอยตกลงไป หน้ากากจะช่วยป้องกันพวกมันทั้งหมด”

ตามที่ ดร.ริชได้กล่าวไว้ นี่คือการทดลอง จาม, ร้องเพลง, พูดคุย และไอ แบบใส่หน้ากาก

และเขาทดลองแบบไม่ใส่หน้ากากเพื่อเปรียบเทียบผลลัพธ์ที่ออกมาว่าต่างกันแค่ไหน

จากภาพด้านล่าง เราจะเห็นแบคทีเรียที่มาจากละอองฝอยที่กระจายออกมาจากการกระทำในรูปแบบต่าง ๆ

จากนั้น ดร.ริชได้ทำการทดลองที่สอง เพื่อแสดงให้เราเห็นว่าเราควรรักษาระยะห่างต่อกันเท่าไหร่ เขาวางจานเพาะเชื้อห่างออกไป 2, 4 และ 6 ฟุต จากนั้นก็ไอแบบเต็มที่ เป็นเวลา 15 วินาที ทั้งแบบใส่หน้ากากและไม่ใส่หน้ากาก

และนี่คือผลลัพธ์ที่ปรากฏออกมา จะเห็นว่าระยะห่าง 2 ฟุต หรือ 60 เซนติเมตร ไม่เพียงพอที่จะรอดพ้นจากเชื้อแบคทีเรียได้ ถึงแม้จะไกลถึง 6 ฟุตหรือ 180 เซนติเมตร ก็ยังมีเชื้อที่หลุดเล็ดรอดมาได้อีกด้วย

หวังว่าการทดลองของ ดร.ริชจะทำให้เราได้เห็นถึงความสำคัญของการสวมใส่หน้ากากอนามัยว่ามันสำคัญขนาดไหน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่แพร่กระจายไปทั่วโลกในขณะนี้

One thought on “นักวิทย์ศาสตร์ ทำวิจัยเปรียบเทียบการไอจาตอนใส่และไม่ใส่หน้ากาก ผลจะต่างกันแค่ไหน..

Leave a Reply

%d bloggers like this: